รูปแบบการจัดการในครอบครัวที่มีบุตรป่วยด้วยโรคธาลัสซีเมีย ผศ.ดร.อรนุช ชูศรี

ชื่อผู้ทำวิจัย :

  1. ผศ.ดร.อรนุช ชูศรี

ลักษณะผลงาน : วิจัยเชิงสำรวจ    

สาขางานวิจัย : วิทยาศาสตร์สุขภาพ   

ช่วงเวลาที่ทำวิจัย : 25/04/2559 - 30/06/2560

บทคัดย่อ

ธาลัสซีเมียอยู่ในกลุ่มความผิดปกติทางพันธุกรรมที่มีอัตราความชุกสูงถึง 30%-40% ของประชากร ในประเทศไทยป่วยด้วยโรคธาลัสซีเมีย คาดว่าอีก 20 ปีข้างหน้าจะมีเด็กเกิดใหม่ป่วยด้วยโรคธาลัสซีเมียถึง 900,000 คน คณุภาพชวีติของเดก็จงึขนึ้อยกู่บับดิา มารดาทใี่หก้ารดแูลทงั้ภาวะสขุภาพ และการเจรญิเตบิโต
ตามระยะพัฒนาการ ดังนั้นการศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อยืนยันวิธีการที่ครอบครัวใช้ในการจัดการดูแลบุตร ที่ป่วยด้วยโรคธาลัสซีเมียในชีวิตประจำวันของครอบครัว วิธีดำเนินการวิจัย: การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงพรรณนา กลุ่มตัวอย่างคือ พ่อหรือแม่ของเด็ก ป่วยด้วยโรคธาลัสซีเมียที่ได้รับการรักษาที่โรงพยาบาลระดับตติยภูมิของประเทศไทย (n=309) เครื่องมือ
ที่ใช้ในการวิจัยคือ แบบสอบถามการจัดการครอบครัวทั้ง 6 มิติ นำข้อมูลที่ได้ในแต่ละมิติมาวิเคราะห์โดย สถิติเชิงพรรณนา (การแจกแจงความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย) ผลการวจิยั: กลมุ่ตวัอยา่งสว่นใหญ ่(73.8%) เปน็มารดามอีายรุะหวา่ง 26-35 ป ี(mean = 34.8 ป ี

SD = 6.6) มีรายได้ครอบครัวเพียงพอสำหรับการดำเนินชีวิต (48.2%) กลุ่มตัวอย่างทั้งหมดอยู่ภายใต้ โครงการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ด้านการจัดการในครอบครัวพบว่ามากกว่าครึ่งของพ่อและแม่ (72.8%, 82.2%) มคีะแนนการดำเนนิชวีติประจำวนัของบตุร ความสามารถในการจดัการดแูล ความพยายาม
ในการจัดการดูแล ความยุ่งยากในการดำเนินชีวิตครอบครัว มุมมองต่อผลกระทบของโรคและความร่วมมือ กันของผู้ปกครอง อยู่ในระดับปานกลางมีค่าเฉลี่ย 16.2 (SD = 2.9), 43.8 (SD = 6.3), 12.4 (SD = 3.1), 39.3 (SD = 9.3), 34.8 (SD = 5.4) และ 26 (SD = 3.7) ตามลำดับ 

สรุป: ครอบครัวของเด็กธาลัสซีเมียต้องเผชิญกับภาระของการถ่ายเลือดตลอดชีวิตของบุตร บิดา มารดาควรมีการปรับการจัดการในครอบครัวให้มีความเหมาะสมกับเด็ก อย่างไรก็ตามความวิตกกังวล
เกี่ยวกับความรุนแรงและภาวะแทรกซ้อนของโรคธาลัสซีเมียในบุตรจะมีผลต่อการดำเนินชีวิตของครอบครัว ในอนาคต ควรมีการศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างการจัดการในครอบครัวและผลลัพธ์ทางสุขภาพเช่นคุณภาพ ชีวิต การทำหน้าที่ในครอบครัว เป็นต้น

ไฟล์แนบ

  1. orranuch SDU.pdf