กิจกรรมรำลึก วันครบรอบ 100 ปี ธงชาติไทย
น.ส.น้ำฝน บุตรวงค์ วันจันทร์, 08 มกราคม 2018, 151 views
ประชาสัมพันธ์ 

กำหนดการกิจกรรมรำลึก วันครบรอบ 100 ปี ธงชาติไทย

วันพฤหัสบดี ที่ 28 กันยายน 2560 เวลา 07.30-08.00 น.

ณ คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยสวนดุสิต

 

07.30 น.         นักศึกษาชั้นปีที่ 1 2 3 และ 4 ลงมาเข้าแถวบริเวณลานใต้คณะ

07.45 น.         เริ่มกิจกรรมโดยการกล่าวประวัติความเป็นมา และวิวัฒนาการของธงชาติไทย

08.00 น.         นักศึกษาและคณาจารย์ร่วมกันร้องเพลงชาติไทย

ประวัติธงชาติประจำชาติไทย

จากบันทึกจดหมายเหตุของเรือรบฝรั่งเศส ธงประจำชาติสยามถูกชักขึ้นสู่ยอดเสาครั้งแรกเมื่อวันที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2223 ณ ป้อมวิไชยประสิทธิ์ สมัยกรุงศรีอยุธยา ในรัชสมัยของสมเด็จพระนารายณ์มหาราชโดยใช้ผ้าสีแดงเป็นธงชักขึ้นเพื่อให้เรือฝรั่งเศลยิงสลุดคำนับตามธรรมเนียม จึงถือกันว่าเป็นจุดเริ่มต้นของธงชาติไทย

ต่อมาในต้นกรุงรัตนโกสินทร์ ได้มีการเพิ่มเติมรูปต่างๆลงในธงแดง เช่น การเพิ่มรูปจักรสีขาว และการเพิ่มรูปช้างเข้าภายในวงจักรตามลำดับเพื่อนำมาใช้กับเรือหลวงเท่านั้น ส่วนเรืออื่นให้ใช้ธงแดงล้วนเช่นเดิม

ในรัชกาลที่ 4 เป็นช่วงเปิดประเทศสยามได้ติดต่อซื้อขายกับชาวตะวันตก มีการจัดตั้งสถานกงสุลของแต่ละประเทศขึ้นในกรุงเทพฯ พระองค์ทรงมีรับสั่งว่าธงชาติสีแดงล้วนของไทยนั้นซ้ำกับประเทศอื่นและยากที่จะสังเกต จึงได้นำธงเรือหลวงมาเป็นธงชาติ แต่ให้เอารูปจักรออกเสีย จึงกลายเป็นธงชาติไทยมีช้างสีขาวอยู่กลางสีแดง ซึ่งในตอนแรกเป็นรูปช้างยืนพื้นแต่ตอนหลังปรับเป็นรูปช้างยืนปล่อย

รัชกาลที่ 5 ในสมัย ร.ศ. 110 ซึ่งตรงกับพุทธศักราช 2434 ได้มีการจัดทำพระราชบัญญัติธง ฉบับที่ 1 โดยในพระราชบัญญัติธงฉบับที่ 1 ข้อที่ 13 ได้ระบุไว้ว่า “ ธงชาติสยาม เป็นรูปช้างเผือกเปล่าพื้นแดง ใช้ในเรือกำปั่นและเรือทั้งหลายของพ่อค้าเรือกำปั่นแลเรือต่างๆ ของไปรเวตทั่วไปในชาวสยาม ประกาศลงวันที่ 25 มีนาคม รัตนโกสินทร์ศก 110 ณ พระที่นั่งจักรกรีมหาปราสาท”

จนมาในสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 6 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้แก้ไขธงชาติไทยเป็นหลายครั้ง เช่น พื้นสีแดงตรงกลางเป็นรูปช้างเผือกทรงเครื่องยืนแท่น หันหน้าเข้าเสา แต่ด้วยทรงเห็นความลำบากของราษฎร์ที่ต้องสั่งซื้อธงช้างจากต่างประเทศ และมักมีการชักธงช้างเผือกกลับด้าน จึงทรงเปลี่ยนเป็นธงชาติไทยแบบริ้วขาวแดงห้าริ้วในช่วงระยะหนึ่ง

ต่อมาพระองค์ทรงเห็นว่าธงชาติไทยยังไม่สง่างามพอ จึงปรับให้เป็นริ้วสีน้ำเงินตรงกลาง ซึ่งเป็นสีประจำพระชนมวารเฉพาะพระองค์ จึงเป็นสีที่ควรประดับไว้บนธงชาติไทยและเพื่อเป็นอนุสรณ์ในการเข้าร่วมสงครามโลกครั้งที่ 1 กับฝ่ายสัมพันธมิตร ซึ่งสีน้ำเงินแสดงถึงความเป็นหนึ่งกันของฝ่ายพันธมิตรอีกด้วย

ดังนั้นในปี พ.ศ.2460 ทรงโปรดให้ตราพระราชบัญญัติธง ออกประกาศเมื่อวันที่ 28 กันนายน พ.ศ.2460 โดยระบุลักษณะธงชาติไว้ดังนี้ “เป็นธงรูปสี่เหลี่ยม ขนาดกว้าง 2 ส่วน ยาว 3 ส่วน มีแถบสีน้ำเงินแก่กว้าง 1ใน 3 ของความกว้างของธงอยู่ตรงกลาง มีแถวสีขาวกว้าง 1 ใน 6 ของความกว้างของธงข้างละแถบ แล้วมีแถบแดงกว้างเท่ากับแถบสีขาวประกอบข้างนอกอีกข้างละแถบ” และทรงพระราชทานนามว่า

“ธงไตรรงค์”

ความหมายของสีในธงชาติไทย

ธงชาติไทยประกอบไปด้วย 3 สี 5 แถบ ซึ่งมีความหมายดังนี้

  1. สีแดง หมายถึง ชาติ หรือความเป็นชนชาติไทย ความเป็นแผ่นดินไทย
  2. สีขาว หมายถึง ศาสนา หรือลัทธิความเชื่ออันบริสุทธิ์
  3. สีน้ำเงิน หมายถึง พระมหากษัตริย์ ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐต่อประเทศชาติและอาณาประชาราษฎร์ทั้งปวง

ทุกครั้งที่เราได้ยินเพลงชาติไทย ทุกครั้งที่เราเห็นธงชาติไทยโบกสะบัด ช่างเป็นภาพที่ภูมิใจ

เป็นสิ่งแสดงถึงความเป็นเอกราชของประเทศไทย มีสิ่งยึดเหนี่ยวที่เหมือนกัน คือชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ที่พวกเราชาวไทยต้องหวงแหนและรักษาไว้ตราบชั่วชีวิต


อื่นๆ
ข่าวล่าสุด (27 พฤษภาคม 2018)